คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ของนมวัว
ด้วยเหตุที่นมเป็นอาหารเพียงอย่างเดียวของลูกอ่อนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในน้ำนมจึงอุดมด้วยสารอาหารหลายชนิด ในปริมาณที่เหมาะสำหรับลูกอ่อน พร้อมทั้งมีรสชาดดี และยอ่ยง่าย
ด้วยเหตุที่นมเป็นอาหารเพียงอย่างเดียวของลูกอ่อนของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ในน้ำนมจึงอุดมด้วยสารอาหารหลายชนิด ในปริมาณที่เหมาะสำหรับลูกอ่อน พร้อมทั้งมีรสชาดดี และยอ่ยง่าย
โปรตีน
* น้ำนมเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ ในน้ำนมสดหนึ่งถ้วยตวงมีโปรตีนถึง 8 กรัม นมจึงอยู่ในอาหารหลักหมู่ที่ 1 ของไทย คืออยู่หมู่เดียวกับ เนื้อสัตว์ , ไข่ และถั่วเมล็ดแห้ง โปรตีนในน้ำนมมีคุณภาพสูงกล่าวคือ เป็นโปรตีนที่สมบูรณ์มีกรดอะมิโนชนิดที่จำเป็นต่อร่างกาย ในปริมาณที่พอเหมาะ และยังมีกรดอะมิโนบางตัวมากเป็นพิเศษ ได้แก่ ไลซีน (lysine) และลูซีน (leucine) เป็นต้น* หน้าที่และประโยชน์ของโปรตีน
1. จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย2. ควบคุมการทำงานของร่างกาย เอมไซม์ ฮอร์โมน และภูมิคุ้มกันโรคให้เป็นปกติ* สำหรับเด็ก การดื่มนมวันละ 500 ซีซี (ประมาณ 2 แก้ว) จะได้รับกรดอะมิโนที่จำเป็นแก่ร่างกายในปริมาณที่เพียงพอ
ไขมัน
* ไขมันในนมหรือที่เรียกว่ามันเนยเป็นแหล่งพลังงาน และมีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ไขมันในนมเป็นหยดเล็ก ๆ และย่อยง่าย ในปัจจุบันการซื้อขายน้ำนม และผลิตภัณฑ์นมใช้ปริมาณไขมันเป็นมาตรฐาน นมที่มีไขมันสูงขายได้ในราคาดีกว่านมที่มีไขมันต่ำ ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข น้ำนมสดต้องมีมันเนยไม่น้อยกว่า ร้อยละ 3.25* หน้าที่และประโยชน์ของไขมัน1. ให้พลังงานและกรดไขมันที่จำเป็นแก่ร่างกาย2. เป็นการป้องกันการกระทบกระเทือนของอวัยวะ3. จำเป็นสำหรับสุขภาพของผิวหนังในทารกและเด็กที่กำลังเจริญเติบโต4. ช่วยในการละลายและดูดซึมของวิตามินบางชนิด ได้แก่ เอ , ดี , อี , เค
คาร์โบไฮเดรต
คาร์โบไฮเดรตในนมเป็นน้ำตาลสองชั้น ชื่อแลคโตส (lactose) สำหรับทารกน้ำตาลชนิดนี้มีคุณค่าสูงกว่าน้ำตาลชนิดอื่น เพราะช่วยดูดซึมฟอสฟอรัส และแคลเซียมด้วย* หน้าที่และประโยชน์ของคาร์โบไฮเดรต1. ให้พลังงานแก่ร่างกาย2. ช่วยให้ร่างกายนำไขมันไปใช้ประโยชน์ได้เต็มที่3. ช่วยประหยัดการใช้โปรตีนในร่างกาย4. ช่วยการทำงานของลำไส้ ช่วยการดูดซึมของแคลเซียม และ ฟอสฟอรัส ทำให้ทารกเจริญเติบโตได้ดี
แคลเซียมและฟอสฟอรัส
* แคลเซียมและฟอสฟอรัสในนมมีมาก เกลือแร่ทั้งสองจำเป็นสำหรับลูกอ่อนในการสร้างกระดูก และฟันในระยะที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูง ในนมหนึ่งถ้วยตวงมีแคลเซียมประมาณ 300 มิลลิกรัม แม้ว่าน้ำนมจะมีเหล็กน้อยมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับลูกอ่อนแรกเกิด เพราะตั้งแต่ก่อนเกิด ลูกอ่อนได้สะสมเหล็กไว้เพียงพอกับความต้องการแล้ว ลูกอ่อนจะต้องการเหล็กมากขึ้น ก็ต่อเมื่อถึงระยะที่กินอาหารเสริมได้แล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อทารกอายุได้ประมาณ 3-4 เดือน จึงต้องเริ่มกินอาหารเสริมที่มีเหล็ก เช่น น้ำต้มผัก ไข่แดง หรือตับบด เพื่อให้ได้เหล็กเพียงพอ ปัจจุบันมีนมเสริมธาตุเหล็กสำหรรับทารกจำหน่ายแล้ว* แคลเซียมและฟอสฟอรัสมีประโยชน์ในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยในการแข็งตัวของเลือดเวลาเกิดบาดแผล และยังมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ ในเด็กหากขาดเกลือแร่ที่สำคัญ 2 ตัวนี้จะทำให้เด็กเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่
วิตามิน
* ในน้ำนมวิตามิน เอ สูง ปริมาณวิตามินเอขึ้นอยู่กับอาหารของวัว ถ้าวัวกินอาหารที่มีแคโรทีน (carotene) สูง น้ำนมก็จะมีวิตามินเอสูงด้วย ในฤดูหนาวปริมาณวิตามินเอในน้ำนมจะเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของในฤดูร้อน ในประเทศหนาวจึงต้องดัดแปลงอาหารของวัวเพื่อช่วยมิให้ปริมารวิตามินเอในน้ำนมแต่ละฤดูต่างกันมาก* ในนมมีวิตามิน บีหนึ่ง และ ไนอะซิม มากพอควร แต่วิตามิน บีสอง มาก วิตามินบีสอง ถูกทำลายได้ด้วยแสง ดังนั้นถ้าตั้งนมที่บรรจุในขวดแก้วใสไว้กลางแดดประมาณ 2 ชั่วโมงจะเหลือวิตามินบีสองเพียงครึ่งเดียว ดังนั้นจึงต้องบรรจุนมในภาชนะที่ทึบแสง เช่น กล่องกระดาษ หรือ ขวดสีชา เพื่อสงวนวิตามินบีสอง* นมมีวิตามินซีน้อยมาก นมที่ผ่านความร้อนแล้วยิ่งมีวิตามินซีเหลือน้อยลง นอกจากนั้น วิตามินซียังสลายตัวเมื่อถูกแสง และอากาศ ทารกจึงหวังพึ่งวิตามินซีจากน้ำนมไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องเริ่มกินน้ำส้มตั้งแต่อายุประมาณ 1 เดือน เพื่อให้ได้วิตามินซีเพียงพอ* ตามธรรมชาติ นมมีวิตามินต่ำ ประชาชนในประเทศหนาวมักเป็นโรคกระดูกอ่อนเพราะขาดวิตามินดี นมที่ขายในประเทศเหล่านั้นจึงมักเติมวิตามินซีลงไปด้วยเสมอ* หน้าที่และประโยชน์ของวิตามิน1. วิตามิน เอ ช่วยบำรุงสายตา , ป้องกันความผิดปกติในการทำงานของประสาทตา และช่วยบำรุงผิวหนังในผุดผ่องสวยงาม2. วิตามินบี โดยเฉพาะ วิตามิน บีสอง ช่วยป้องกันโรคปากนกกระจอก ผิวหนังแตก และลิ้นบวม
นมประกอบด้วยสารอาหารต่างๆ ครบถ้วน ดังนั้นนมจึงเป็นอาหารที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัย วัยเด็กเป็นวัยที่กำลังเจริญเติบโต ร่างกายย่อมต้องการสารอาหารครบถ้วน การดื่มนมเป็นประจำจะช่วยให้อวัยวะทุกส่วนรวมทั้งสมองเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ , วัยรุ่นเป็นวัยที่ร่างกายยังต้องเจริญเติบโตต่อไปอีก ร่างกายจึงยังต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน และในปริมาณที่มากพอ , วัยหนุ่มสาวเป็นวัยที่เซลล์ส่วนล่าง ๆ ของร่างกายมีการหมดอายุการทำงาน ร่างกายจึงต้องการสารอาหารที่ครบคุณค่า เพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ การดื่มนมต่ำไปในขณะที่อยู่ในวัยหนุ่มสาว ก็จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารครบถ้วนอีกทางหนึ่ง , วัยชราเป็นวัยที่ร่างกายมีการเสื่อมถอย และทรุดโทรมมากขึ้น การดื่มนมเป็นประจำจะทำให้ผู้สูงอายุได้สารอาหารที่เพียงพอแก่การพยุงสภาวะร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงกล่าวได้ว่า " นมเป็นอาหารที่มีคุณค่ายิ่งสำหรับคนทุกวัย"